• ขอให้หมึกไหลลื่น เขียนได้คล่องก็เพียงพอ แต่สำหรับบางคนปากกาเป็นเหมือนกับเครื่องประดับที่บ่งบอกสถานะภาพทางสังคม ปากกาบางด้ามราคาคิดเป็นเงินบาทปาเข้าไปหลายสิบล้านบาท พวกเรามาชมกันว่าปากกาแพงๆเหล่านี้มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรกันดีกว่าเนอะ

     


    10 The Space Pen

    ขอแถมด้วยปากกาด้ามนี้ครับ The Space Pen ปากกาด้ามนี้สามารถเขียนได้ในอวกาศที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง สามารถเขียนในขณะที่หัวปากกาชี้ขึ้นด้านบน มีข่าวลือว่า NASA ใช้เงินไปหลายล้านเหรียญเพื่อคิดค้นเทคนิคสำหรับปากกาด้ามนี้ให้สามารถใช้งานในอวกาศได้ ปล.รัสเซียใช้ดินสอเขียน ไม่รู้จะวิจัยปากกาทำใม

     


    9 La Dona Menagerie

    La Dona Menagerie ปากกาด้ามนี้เกิดจากการสร้างสรรค์โดย Cartier ราคา 4,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 120,000 บาท)

     

     


    8 Omas Pushkin Fountain Pen

    Omas Pushkin Fountain Pen ปากกาได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามปราณีต ราคา 14,000 เหรียญสหรัฐ (425,000 บาท)

     

     

    7 Dragon Jules Gold LE

    Dragon Jules Gold LE ปากกาด้ามนี้ด้ามจับทำด้วยทอง ราคาประมาณ 18,000 เหรียญสหรัฐ (550,000บาท)

     

     


    6 Grayson Tighe Victorian Royalty

    Grayson Tighe Victorian Royalty ราคาประมาณ 24,000 เหรียญสหรัฐ (725,000 บาท)

     

     


    5 Tibaldi Davinci Code Rollerball

    Tibaldi Davinci Code Rollerball ปากกาด้ามนี้ ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของภาพยนตร์ชื่อดัง The Davinci Code ราคาของปากกาประมาณ 34,000 เหรียญสหรัฐ (1 ล้านบาท)

     

     


    4 Omas Gaia

    Omas Gaia ชื่อของปากกาด้ามนี้มีความหมายว่า “การเดินทางสู่ใจกลางโลก” ตัวปากกาสลักด้วยทองคำและทองคำขาว ประดับด้วยอัญมณีเช่น เพชร มรกต ราคาของปากกาด้ามนี้อยู่ที่ 37,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ1.1 ล้านบาท)

     

     


    3 Visconti Ripple H.R.H.

    Visconti Ripple H.R.H. ปากกาด้ามนี้ผลิตโดย บริษัทผลิตปากกาชื่อดัง Visconti ปากกาด้ามนี้ประดับด้วยทองคำขาว 18K และเพชรอีกจำนวนหนึ่ง ราคาอยู่ที่ 57,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.8 ล้านบาท)

     

     


    2 La Modernista Diamonds

    La Modernista Diamonds ปากกาด้ามนี้ประดับด้วยเพชรน้ำงาม รวมน้ำหนัก 20 กะรัต ปากกาด้ามนี้ ประดิษฐ์เพื่อเป็นเกียรติแก่ Antoni Gaudi ราคาอยู่ที่ 265,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ปากกาด้ามนี้ราคาเป็นรองก็แค่ ปากกา Mystery Masterpiece เท่านั้น

     

     


    1 Mystery Masterpiece

    Mystery Masterpiece เป็นปากกายีห้อ Mont Blanc ออกแบบโดย Van Cleef-Arpels ปากกาด้ามนี้ประดับด้วยเพชร 840 เม็ด (ผมไม่แน่ใจครับว่าเพชร เรานับเป็นเม็ดหรือเป็นลูก?) ราคาของปากกาด้ามนี้อยู่ที่ด้ามละ 730,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 22 ล้านบาท)

  • ถึงแม้หน้าคุณจะมันง่าย ก็อย่าพยายามล้างหน้ามากกว่าวันละสองครั้ง เพราะถ้ายิ่งคุณล้างหน้าบ่อย ผิวก็จะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากขึ้น ทางที่ดีคุณควรล้างหน้าเฉพาะตอนเช้าและค่ำด้วยเคลนเซอร์ ที่มีส่วนผสมเบนซอยล์ เพอร์ออกไซด์ เพื่อต่อสู้กับน้ำมันบนผิวหน้า และช่วยควบคุมเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นก็ตามด้วยโทนเนอร์ เพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินออก ส่วนวิธีป้องกันความมันเยิ้มในระหว่างวันนั้น ก็พกกระดาษซับหน้าติดตัวอยู่เสมอ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้ถึงวันละสามหรือสี่ครั้ง เมื่อรู้สึกว่าความมันเยิ้มเข้ามาเยี่ยมเยียนแล้ว

  • ฉันเกลียดวันจันทร์ อาการที่ติดต่อกันทั้งโลก สมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา ทำการวิจัยว่าคนอเมริกัน หัวใจวายตายมากที่สุดคือเช้าวันจันทร์เวลา 9 ถึง 10 โมง เรียกว่ายอมตายดีกว่าอยู่ทำงาน

    ความเครียดฆ่าคุณได้

    หนทางแก้ไขคือ ไม่ไปทำงานวันจันทร์ ทำได้บ้างบางสัปดาห์ แต่ถ้าคุณขยันแบบไม่ไปสม่ำเสมอ คุณอาจไม่ต้องไปเลยจันทร์ถึงศุกร์ แล้วจะเอาอะไรกินละทีนี้

    มีวิธีที่ช่วยคุณได้ ทางมหาวิทยาลัย Essex ประเทศอังกฤษ ได้ทำการศึกษาวิธีการที่เราจะกระตุ้นให้ร่างกายของเราให้กระตือรือร้นในตอนเช้า ๆ ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

    โดยนำเอาอาสาสมัครมา 22 คน เมื่อตื่นนอนขึ้นมา กิจกรรมแรกให้ขี่จักรยานอยู่กับที่แบบเร็ว ๆ เพียง 3-5 นาที แล้วให้ดำเนินกิจกรรมตามปกติในชีวิตประจำวัน และทำการติดตามสภาพจิตใจหลังจากนั้น

    ผลการศึกษาปรากฎว่า อาสาสมัครทั้ง 22 คนนั้นมีสภาพจิตใจที่สดใส อารมณ์ดีต่อเนื่องถึง 75 นาทีหลังจากการออกกำลังกายแบบสั้น ๆ

    อ่านแล้วคุณลองนำไปประยุกต์ดู เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่สั้นและเร็ว ๆ รับรองว่ามู้ดคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

    ลองทำดูแล้วไม่ได้ผล ยังมีอาการเบื่อวันจันทร์อยู่อีก ลองปรึกษาเจ้านายคุณดู อาจได้คำตอบที่น่าแปลกใจก็ได้นะ

  • นักวิชาการไทย เผยพบไตรภูมิสมัยอยุธยาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติประเทศฝรั่งเศส ชี้เป็นเอกสารสำคัญระดับชาติ ล้างความเชื่อสมัยอยุธยาไม่มีไตรภูมิ

    (9 ก.ย.) นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์(สวป.) กรมศิลปากร กล่าวว่า ทางสวป. ได้ค้นพบเอกสารชิ้นสำคัญระดับชาติชิ้นใหม่ คือ หนังสือไตรภูมิ ซึ่งสันนิษฐานว่าจะเป็นไตรภูมิในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยขณะนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่ง ศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ดำเนินการคัดลอกมาเพื่อนำให้สวป. รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการตรวจสอบ

    นายบุญเตือน กล่าวต่อว่า สิ่งที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากหนังสือไตรภูมิเอกสารจากหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส ไม่เคยถูกค้นพบในประเทศไทย เนื้อหาบางส่วนต่างไปจากไตรภูมิฉบับอื่นๆ โดยได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขรวิธีต่างๆมาตรวจสอบแล้ว บ่งชี้ว่า หน้าต้นบอกชื่อหนังสือว่า ไตยภูมิพระมาไลย ต้นฉบับน่าจะมีอายุเก่าถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ลักษณะตัวอักษรที่บันทึกในหน้าแรกเป็นแบบที่เรียกว่า อักษรไทยย่อ ซึ่งนิยมใช้กันในสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่ปรากฏในหลักฐานหนังสือต่างๆหลายฉบับ เช่น สนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส พ.ศ.2231 ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สำหรับเนื้อหาของไตรภูมิเล่มนี้แบ่งเนื้อหาหลักออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.เรื่องไตรภูมิ 2.เรื่องพระมาไลย

    “เอกสารไตรภูมิเล่มนี้ ไม่เคยค้นพบในประเทศไทยมาก่อน นักวิชาการหลายคนคิดว่า สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่มีไตรภูมิที่เป็นลักษณะการเขียน มีเพียงสมุดภาพไตรภูมิเท่านั้น ดังนั้นในทำเนียบวรรณคดีไทยจึงไม่ปรากฎว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยามีไตรภูมิ การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยจะเสนอให้คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติขึ้นทำเนียบใหม่ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยามีไตรภูมิด้วย ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่” นายบุญเตือน กล่าว

    ทั้งนี้ที่มาของหนังสือไตรภูมิปรากฏครั้งแรก คือ ไตรภูมิกถา และไตรภูมิพระร่วง ซึ่งสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทยทรงเรียบเรียงขึ้นในสมัยสุโขทัย พ.ศ.1888 นอกจากนี้ยังมี ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา หรือไตรภูมิฉบับหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯให้ชำระเมื่อพ.ศ.2345 ขณะที่ไตรภูมิสมัยอยุธยานั้น เพิ่งปรากฏฉบับนี้เป็นฉบับแรก

     

     

  • เคล็ดลับการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนนี้ เป็นเทคนิคง่าย ๆ นักเรียนนักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติได้ทุกคน ขอแต่เพียงเข้าใจเคล็ดลับวิธีการเท่านั้นเอง  หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนคือ การหมั่นฝึกฝนตามขั้นตอนให้เกิดความเคยชินจนติดกลายเป็นนิสัยการอ่านเพื่อทำความเข้าใจนี้จะแตกต่างจากการอ่านเพียงเพื่อท่องจำ 

    1. เวลาอ่านบทเรียนหรือตำรา ให้อ่านอย่างตั้งใจ แต่ทว่าเราจะไม่อ่านไปเรื่อย ๆ คือเราจะหยุดอ่านเมื่อจบย่อหน้าหรือหยุดเมื่ออ่านไปได้พอสมควรแล้ว

    2. จากนั้นให้ปิดหนังสือ!  แล้วลองอธิบายสิ่งที่ตนเองได้อ่านมาให้ตัวเองฟังคือ เราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังด้วยภาษาสำนวนของเราเอง ฟังแล้วเข้าใจหรือเปล่า หากเราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังรู้เรื่อง แสดงว่าเราเข้าใจแล้ว ให้อ่านต่อไปได้

    3. หากตอนใดเราอ่านแล้ว แต่ไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองรู้เรื่อง แสดงว่ายังไม่เข้าใจ ให้กลับไปอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง 

    4. หากเราพยายามอ่านหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจจริง ๆ ให้จดโน้ตไว้เพื่อนำไปถามอาจารย์ จากนั้นให้อ่านต่อไป

    5. ข้อมูลบางอย่างในตำราจำเป็นที่จะต้องท่องจำ เช่น ตัวเลข สถิติ ชื่อสถานที่ บุคคล หรือ สูตรต่างๆ ฯลฯ ก็ควรท่องจำไว้ด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

    6. การเรียนด้วยวิธีท่องจำ โดยปราศจากความเข้าใจ เรียนไปก็ลืมไป สูญเสียเวลาเปล่าประโยชน์ เสียเงินทอง

    7. การเรียนที่เน้นแต่ความเข้าใจ โดยไม่ยอมท่องจำ ก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ

    8. ดังนั้น ควรมีเทคนิคง่าย ๆ สั้น ๆ ดังต่อไปนี้
    ก. ให้อ่านหนังสือ สลับกับ การอธิบายให้ตัวเองฟัง
    ข. ให้ท่องจำเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องจำจริง ๆ เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะต่าง ๆ

    อ่านหนังสือด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ทั้งเล่ม ไม่ลืมเลย…

  • การที่ขาหนีบดำนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การที่มีผื่นแพ้ซึ่งทำให้ดำได้ หรืออาจเกิดจากอ้วนทำให้เกิดการเสียดสี ซึ่งการแก้ไขจะแก้ไขตามสาเหตุที่เป็นแนะนำว่าหากขาหนีบดำมากให้คุณไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้วการรักษาให้ขาวใสเหมือนเดิมคงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ค่ะ เพราะบริเวณดังกล่าวเกิดอาการดำจากเม็ดสีที่เกิดขึ้นจากการเสียดสี การรักษาจะช่วยให้ผิวมีลักษณะนุ่มขึ้นมากกว่าค่ะ การปล่อยทิ้งไว้ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตค่ะ แต่ถ้าสีผิวเปลี่ยนเป็นดำคล้ำขึ้นมามากๆ แสดงว่าเซลล์สร้างสีบริเวณนั้น ๆ ทำการสร้างสีมากเกินไปซึ่งอาจพบได้ในโรคต่าง ๆ ต่อไปนี้ เช่น โรคตกกระ ฝ้า หรือภายหลังการอักเสบ ซึ่งคุณควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังค่ะ

  • ไม่ได้กำลังแนะนำให้คุณโต้ตอบใครที่เขาทำให้คุณเจ็บใจหรอกนะ แต่หมายถึงวิธีแก้ความเผ็ดเวลาที่คุณเผลอกินพริกเม็ดจิ๋ว แต่เผ็ดร้อนแรงยิ่งนักต่างหาก

    ความเชื่อเก่า: ดื่มน้ำเย็นตามทันที เพื่อหวังดับความเผ็ดร้อน ก่อนจะพ่นไฟเป็นมังกร

    ผลที่ได้: ไม่ได้ช่วยให้คุณหายเผ็ด แต่กลับกลายเป็นว่า การดื่มน้ำจะยิ่งไปกระจายความเผ็ดให้ทั่วปากมากขึ้นแทน

    หนทางแก้เผ็ด
    รับประทานข้าว ขนมปัง หรือจะดื่มนม จากนั้นค่อยอมลูกอมก็ได้ เพราะความหวานในอาหาร เครื่องดื่ม หรือลูกอมเหล่านี้ จะช่วยดูดซับสารแคปไซซิน(Capsaicin) ที่เป็นตัวการให้เกิดความเผ็ดร้อน เมื่อลิ้นหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไปสัมผัสเจ้าพริกเม็ดจิ๋วเข้า ดื่มน้ำมะนาว หรือน้ำมะเขือเทศสดๆ จะช่วยแก้เผ็ดได้เพราะกรดจะไปทำปฏิกิริยากับสารดังกล่าว ซึ่งเป็นด่าง ทำให้ความเผ็ดแผลงอิทธิฤทธิ์น้อยลง

  • ฤดูกาลฝนหนักของปีมาถึงแล้ว อากาศชื้น โรคภัยไข้เจ็บก็ชุกชุม ไข้หวัดใหญ่มาเยือนทุกปี เป็นทีต้องนอนนานเป็นอาทิตย์ หาวิธีป้องกันรับมือกันดีกว่า โรคทางเดินหายใจนี้ การติดต่อก็ผ่านจากเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว หรือในที่ชุมชน ติดกันไปติดกันมา บางทีแค่หวัด ก็ทำให้รำคาญไปได้หลายวัน

    เพราะถ้าเป็นแล้วไม่หายง่าย ๆ การกินยาปฏิชีวนะไม่ได้ทำให้หายจากโรคแต่เป็นการบังคับให้เราพักผ่อนและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นการป้องกันเป็นเรื่องสำคัญ เรามาดูกันว่า เรามีวิธีรับมือกับมันอย่างไรดีอันดับแรก ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

    สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องป้องกันล่วงหน้า ป่วยไข้ไม่ได้ เช่น ต้องเดินทางไปต่างประเทศ หรือมีงานสำคัญที่ต้องระวังร่างกายให้แข็งแรง วิธีนี้มีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าข้ออื่น ๆ บางคนกลัวเข็มฉีดยา วิทยาการที่ก้าวหน้า ก็มีวัคซีน แบบพ่นเข้าจมูกมาให้ใช้กัน ก็สะดวกดีนะ

    2. ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
    การติดต่อโรคไข้หวัดใหญ่นอกจากได้รับเชื้อจากอากาศแล้ว การที่ผู้ป่วยจามใส่มือตัวเองแล้ว เอามือไปจับตามที่ต่าง ๆ ทิ้งเชื้อโรคเอาไว้ตามราวจับรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือบานประตูต่าง ๆ เรามาจับตามหลัง เจ้าเชื้อโรคทั้งหลายก็เปลี่ยนมาหาเหยื่อรายใหม่ ก่อนที่มันจะเข้าสู่ร่างกายของเรา เราต้องตัดตอนมันด้วยการล้างมือทุกครั้งที่ผ่านการเดินทาง หรือก่อนกินอาหาร

    ล้างด้วยสบู่ ล้างให้ถึงข้อมือ ซอกมือ ซอกเล็บ และล้างนานพอควรถึงจะปลอดภัย นักวิชาการสาธารณสุขบอกเคล็ดลับว่าให้ล้างมือแล้วร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ทเดย์ จนจบ จึงจะถือว่าสะอาด (แนะนำว่าร้องในใจก็พอนะจ๊ะ) แต่ถ้าหาห้องน้ำใกล้ ๆ ไม่ได้แนะนำให้พกเจลล้างมือที่เรารู้จักกันว่า Hand Sanitizer ติดกระเป๋าถือไว้ ก็จะปลอดภัยดี และขอบอกให้ช่วยกันเปลี่ยนวิธีการจามใส่ฝ่ามือตัวเองเป็นหันจามเข้าหาหัวไหล่ตัวเอง จะปลอดภัยต่อการแพร่เชื้อได้ดี แต่ยกเว้นในกรณีที่ชอบให้หนุ่มหรือสาวคู่ควงซบไหล่ เดี๋ยวจะหาว่าเราวางยาแพร่เชื้อให้

    3. ทำความสะอาดที่ทำงานสม่ำเสมอ
    แหล่งแพร่เชื้อยอดนิยมอีกแหล่งหนึ่งก็คือที่ทำงาน โต๊ะทำงาน เมาส์ คีย์บอร์ด หรือ โทรศัพท์ เพราะมีโอกาสที่เพื่อนร่วมงานของคุณที่จะทิ้งเชื้อที่เราไม่พึงประสงค์ไว้รอบ ๆ เครื่องใช้สำนักงาน โต๊ะทำงานของเรา วิธีป้องกันคือทำความสะอาดทุกวัน หากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อบ้างบางโอกาสก็จะยิ่งดี หรือบางคนยอดอนามัย พกยาฆ่าเชื้อติดโต๊ะไว้เลย ฉีดเช้าฉีดเย็น

    4. ออกกำลังกาย (สร้างภูมิคุ้มกัน ปราการแข็งแกร่ง)
    ไม่ต้องสาธยายข้อดีของการออกกำลังกายกันมาก คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะทำให้การไหลเวียนของเซลล์เม็ดเลือดขาวไปได้ทั่วร่างกาย เพื่อต่อสู้กับบรรดาเชื้อที่แปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย แต่ถ้าเป็นไข้หวัดแล้วไม่ต้องพูดถึงการออกกำลังกาย เพราะแรงแทบจะไม่มี

    5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    ถ้าเป็นคนนอนน้อย ร่างกายอ่อนเพลีย โอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่าย แต่ถ้านอนหลับพักผ่อนเพียงพอ กินอาหารถูกส่วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับรองว่าปลอดภัย แต่ถ้าคุณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ไปแล้วการนอนพักผ่อนมาก ๆ จะทำให้ฟื้นตัวเร็ว

    6. ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ
    ในช่วงอากาศแห้งแบบหน้าหนาวบ้านเรา เชื้อไข้หวัดจะสามารถแพร่กระจายไปได้ไกลและมีชีวิตอยู่ในอากาศได้นาน และเป็นช่วงเดียวกับที่จมูกเราจะค่อนข้างแห้ง หากเราสูดเข้าไปมันก็จะเจริญเติบโตได้ดี วิธีป้องกันด้วยการดื่มน้ำมาก ๆ ร่างกายเราก็จะชุ่มชื้นไม่ให้เชื้อโรคเติบโตได้ง่าย บางคนมีวิธีป้องกันไปยิ่งกว่านั้น ใช้น้ำเกลือหยดเข้าไปรูจมูกให้ชุ่มชื้นและป้องกันเชื้อโรคไปพร้อมๆ กัน

    7. ยอมเสียมารยาทไม่จับมือกับคนอื่น
    โชคดีที่วัฒนธรรมไทยไม่นิยมจับมือทักทาย แต่ในบางโอกาสมารยาทสังคมสมัยใหม่ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยาก วิธีเลี่ยงข้อแรก ทำให้มือไม่ว่างถือของ ถือกระเป๋า ให้ไม่มีโอกาสต้องจับมือ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องรีบทำความสะอาดให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่แน่ใจเลยว่ามือใครจะสะอาดจนดมได้ โดยเฉพาะมือนักการเมืองไทย เลี่ยงได้ขอให้เลี่ยงเต็มที่

    8. อย่าเอามือคุ้ยแคะแตะตาไชจมูก
    หลาย ๆ คนมักมีนิสัยชอบเอามือลูบหน้าลูบปากอยู่บ่อย เวลาทำงานบางทีสายตาล้าเพราะจอคอมพ์ก็เอามือขยี้ตา บางที่ก็ทำอะไรแผลง ๆ เวลาเครียด อมนิ้ว แคะเล็บมาดม
    การทำแบบนี้เป็นช่องทางอย่างดีที่ทำให้เชื้อโรคจากมือเราเข้าสู่ร่างกายได้อย่างสะดวก เป็นอีกสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เราติดเชื้อแบบไม่รู้ตัว วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือทำมือเราให้สะอาดเสมอ ไม่ว่าจะล้างมือบ่อย ๆ หรือ ใช้เจลฆ่าเชื้อโรค

    9. ล้างมือก่อนมื้ออาหารเสมอ
    ฝึกตัวเอง ฝึกคนในครอบครัวให้ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนมื้ออาหาร อย่าติดนิสัยใช้มือกินอาหารเพราะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเราไดง่ายที่สุด

    10. เลิกสูบบุหรี่
    บุหรี่ตัวต้นเหตุของสารพัดโรค บุหรี่ทำให้ระบบหายใจของเราไม่สมบูรณ์ เกิดการอักเสบในช่องจมูก ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เลิกเสียวันนี้แต่ถ้ายังเลิกไม่ได้ ขอให้สูบแบบไม่มีใครรับผลร้ายจากควันของคุณ

     

  • สมัยนี้ โรคภัยไข้เจ็บ มาไว ไปไวแบบไม่ทันรู้ตัว  วันนี้ยังคุยกันร่าเริงอยู่ดีๆ วันรุ่งขึ้นโรคร้ายคุกคาม  ถึงขนาดอาจคร่าชีวิตของคุณไปอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวเลยก็ได้  เช่นเดียวกับ “อัญชลี ศิระฉายา” หรือชื่อในการแสดงว่า “อรัญญา นามวงศ์”  อดีตนางเอกยอดนิยมคน  และรองนางสาวไทยในปี พ.ศ. 2508  ที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า อรัญญา นามวงศ์ นักแสดงรุ่นใหญ่ “เส้นเลือดในสมองแตกกระทันหัน” 

    ถูกหามส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กลางดึกของคืนวานนี้(7 ก.ย.) เนื่องจากมีอาการปวดหัวอย่างกะทันหัน ทั้งนี้แพทย์ได้เปิดเผยว่า หลังทำการตรวจเช็คสมองของดารารุ่นใหญ่แล้ว พบว่าเส้นเลือดในสมองมีเลือดซึมออกมา แต่ยังดีที่เจ้าตัวยังมีสติ และยังสามารถพูดได้อยู่ ถึงอย่างไรก็ตามยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ 48 ชั่วโมง

    โรคเส้นเลือดในสมองแตก

    เส้นเลือดในสมองแตก คืออาการที่หลอดเลือดในสมองฉีกขาด จึงทำให้เลือดออกในสมอง ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิตได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นความผิดปกติของเส้นเลือด ที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปยังไต และอวัยวะทั่วร่างกาย ซึ่งผนังหลอดเลือดขยายตัวหนาขึ้นทำให้หลอดเลือดมีขนาดแคบลง จึงทำให้ปริมาณเลือดที่ลำเลียงไปที่ไตมีน้อยลงและทำให้ส่วนประกอบที่อยู่ใน ไตที่เรียกว่า เร็นนิน เกิดการเพิ่มความดันในเลือดให้สูงขึ้น ทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่า โรคความดันโลหิตสูงจากหลอดเลือดไต

     อาการของโรคเส้นเลือดในสมองแตก

    อาการของเส้นเลือดในสมองแตกจากความดันสูงมักพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะแต่บาง รายอาจไม่มีก็ได้ คลื่นไส้ อาเจียน อาจหมดสติหรือระดับความรู้สึกตัว แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัดหรือถ้าเกิดในสมองเด่นทำให้พูดไม่ได้ อาการและอาการแสดงจะขึ้นกับขนาดของก้อนเลือด และอาการจะเป็นขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีเส้นเลือดแตกก่อนแล้วล้มลงทำให้เข้าใจผิดว่าเลือดออกจาก ศีรษะกระแทกพื้น

    อาการมักเกิดขึ้นเฉียบพลัน ผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด!

    โรคเส้นเลือดในสมองแตก ก่อให้เกิดอาการต่างๆ ทางระบบประสาท ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการอย่างเฉียบพลันทันทีทันใด แต่กลับใช้เวลาในการฟื้นตัวค่อนข้างนาน ซึ่งหากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็วตั้งแต่แรก จะสามารถลดอัตราการตายและพิการลงได้มาก หรือสามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ โดยหลอดเลือดในสมองแตกสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

    1.เส้นเลือดแตกในเนื้อสมอง มีผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทขึ้นมาทันที เนื่องจากเลือดที่ออกจะไปกดเบียดเนื้อสมอง ทำให้สมองทำงานผิดปกติ และนอกจากนี้ยังเกิดความดันในโพรงกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยมักเกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้ามีเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก หรือเลือดออกในก้านสมอง ผู้ป่วยอาจหมดสติ หรือเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

    2.เส้นเลือดแตกในชั้นเยื่อหุ้มสมอง สาเหตุมักเกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดสมองบริเวณฐานกะโหลกศีรษะ เมื่อมีเลือดออกในทันทีทันใด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บางคนอาจหมดสติ หรือเสียชีวิตได้ตั้งแต่ระยะแรก จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

    รู้ทันปัจจัยเสี่ยงเลี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองแตก

    ความน่ากลัวของโรคเส้นเลือดในสมองแตก คือวันนี้คุณอาจพูดคุย หรือทะเลาะกับใครต่อใครได้ เดินวิ่ง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ แต่วันพรุ่งนี้อาจต้องทนทรมานกับการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขาอ่อนแรง มีลมหายใจแต่ไร้ความรู้สึก ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ ซึ่งไม่อาจทราบได้ว่าอนาคตจะหาย หรือต้องรอความตายอย่างช้าๆ

    ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว สามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานหนัก ละเลยการออกกำลังกาย บริโภคแต่สิ่งที่ชอบแต่ไร้ประโยชน์ ความอ้วน ความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มสุรา การใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ และส่วนหนึ่งมาจากโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งส่งผลให้เกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้

    เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ แต่หากปล่อยปละละเลยก็จะค่อยๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว รู้ตัวก็ต่อเมื่อปรากฏอาการรุนแรงจนสายเกินแก้เสียแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น อายุที่สูงวัยขึ้น พันธุกรรม เชื้อชาติ เป็นต้น

     สัญญาณเตือนโรคเส้นเลือดสมองแตก

    อาการส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ป่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล คือ มีอาการแขนขาอ่อนแรง อาจเป็นซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย บางคนหน้าเบี้ยว หรืออาจมาด้วยอาการชา ตาอาจจะมองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นข้างหนึ่ง หรือมองเห็นแค่ครึ่งหนึ่งของตาแต่ละข้างก็ได้ มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน หรือเวียนศีรษะ อาเจียน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการพูด ซึมลง หรือหมดสติ มีอาการชัก ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการได้หลายๆ รูปแบบ แล้วแต่ตำแหน่งของสมองที่มีการขาดเลือด หรือมีเลือดออกในสมอง

    แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของคนไทยที่พบ คือ รอจนโรคเป็นมากแล้วค่อยไปหาหมอ ทำให้กว่าจะถึงมือหมอผู้ป่วยก็เป็นอัมพาตไปแล้ว ลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองดูว่า คุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ หรือไม่

    - มีอาการปวดหัวในตอนเช้าบ้างหรือไม่

    - เคยรู้สึกว่าแขนไม่มีแรงบ้างหรือไม่

    - เคยรู้สึกตาพร่ามัวบ้างหรือไม่

    หากพบว่าคนใกล้ชิดมีอาการน่าสงสัยว่าอาจเกิดโรคเส้นเลือดสมอง ให้ลองทดสอบผู้ป่วยโดยให้ผู้ป่วยปฏิบัติ 3 ข้อ เรียกย่อๆ ว่า STR ดังต่อไปนี้

    S: (Smile) ให้ผู้ป่วยยิ้ม

    T: (Talk) ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง

    R: (Raise) ให้ผู้ป่วย (ยก) ชูแขนสองข้างขึ้น

    อาการ อีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม คือ ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออกมา ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่าส่ออาการอันตรายแล้ว

    โรคหลอดเลือดสมองแตก อาจฟังดูน่ากลัว แต่สามารถป้องกันได้ หันมาเอาใจใส่สุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวให้มากขึ้น ตรวจสุขภาพประจำปี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก กินผักและผลไม้ทุกวัน งดบุหรี่เลิกเหล้า รู้จักปล่อยวาง ไม่ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความเครียด ทำตัวให้ผ่อนคลาย เดินทางสายกลางดีที่สุด แล้วคุณก็จะหลุดพ้นจากโรคหลอดเลือดสมองแตกได้อย่างแน่นอน

    พยายามเป็นคนช่างสังเกตกับอาการผิดปกติ แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ในร่างกายของเราหรือคนใกล้เคียง โรคร้ายหรือรุนแรงบางอย่างอาจจะแก้ไขได้ ที่เป็นหนักก็จะได้เบาบางลง โรครุนแรงหลายโรคส่วนใหญ่ป้องกันได้ ถ้าเรารู้เสียแต่เนิ่นๆ

ปฎิทิน

September 2011
M T W T F S S
    Oct »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

slot

คลังเก็บ